JOURNEY THE JOURNAL

Stay Healthy mind : ทำยังไงถึงไม่รู้สึกหมดแรง

🚀 How do we not burnout and stay healthy ? 🚀

คำถามสุดโดนใจจาก The Advice EP.11 ของ The standard KND

ในช่วงที่นยุ่งขนาดนี้ ในฐานะนักบัญชีกับช่วง High season ปิดงบปีจนหัวหมุน ไหนจะสู้กับลูกค้า สู้กับน้องในทีม แล้วยังต้องเตรียมตัวสอบอีก

สำหรับใครที่ก็ยังไม่รู้ว่าจะจัดการกับสิ่งที่รบกวนพลังงานของเรา หรือแบ่งพลังงานชีวิตให้กับสิ่งที่ต้องทำ และสิ่งที่เราอยากจะทำ ยังไงดี

นี่คือ Advice ดีๆ จาก Eric Nam นักแต่งเพลง และพิธีกรชาวอเมริกันเชื้อสายเกาหลีใต้ ที่ได้กล่าวเอาไว้ใน KND เลยอยากเอามาแชร์ ให้กับเพื่อนๆ ได้อ่านกันค่ะ

🧩 How to find the balance

หา balance ยังไงดีไม่ให้ทุกอย่างมันพังทั้งระบบ ปฎิเสธไม่ได้เลยว่า Energy ที่เรามีในแต่ละวันมักจะหมดไปอย่างรวดเร็วเสมอ โดยฉะเพราะกับเรื่อง mental health รู้ตัวอีกที่พลังงานชีวิตก็ถูกใช้จนหมด โดยไม่เหลือให้กับสิ่งที่อยากทำอีกแล้ว 😵‍💫

~~ แย่จัง ใช่มั้ยละคะ 🥲

การ balance energy ต้องเริ่มจากการมี mindset ที่ดีในการจะทำอะไรก็ตามแต่ รวมไปถึงการรู้ limit ของร่างกายตัวเอง

เรื่อง mindset อาจจะเป็นสิ่งที่มีคนหลายๆ ออกมาพูดเรื่องนี้กันอย่างแพร่หลาย แต่เรื่องการหา limit ของตัวเอง สำหรับเราเรื่องนี้ น่าสนใจมากๆ

การหาข้อจำกัดให้เจอแล้วทำให้เต็มที่ในกรอบนั้น

🎀 กรอบของข้อจำกัดตามความเข้าใจของเรา คือ

  1. เราต้องรู้ตัวว่าในแต่ละรอบของการทำกิจกรรมนั้นๆ ร่างกาย จิตใจ เราไหวที่ขนาดไหน เช่น การอ่านหนังสือ 1 ชม. เราสามารถ consume เนื้อหาได้เพียง 40% แต่ถ้าทำในกรอบเวลา 40-45 นาทีเราสามารถ consume เนื้อหาได้ 50-70% ฉะนั้นเราต้องวางระบบของเราได้ให้
  2. การเตรียมพื้นที่ limit ของเราให้พร้อม ไม่ว่าจะเป็นการดูแลตัวเองนอนให้พอ ทานอาหารที่ดี ออกกำลังกาย รวมไปถึงการมี positive thinking เรื่องเล่านี้อาจจะดูเหมือนจะ ง่ายแต่ในการลงมือทำจริงๆ แล้ว ค่อนข้างยากเลยหล่ะ

ถ้าในเมื่อเราไม่สามารถเปลี่ยนทุกอย่างได้ในครั้งเดียว ในทยอย add-on สิ่งเหล่านี้เข้าไปในชีวิตประจำวันของเราทีละนิด เหมือนที่ใครหลายๆ คนกล่าวไว้ว่า ”ก็ยังดีกว่าไม่ทำ หรือไม่เริ่มอะไรเลย” ✌️

🧩 How to manage energy when going through a tough time

เราทุกคนต่างมีเรื่องราวหรือเวลาที่แย่ โดนที่บางครั้งเวลาแย่ๆ เหล่านั้นเหมือนจะเข้ามาปิดประตูทางออก ลบความฝัน ผลักเราให้กลิ้งไปกับพื้น แต่….

Everybody has their own timeline, Every body has their own moment. -Eric name-

จากคำที่ Eric กล่าว เราเองก็เชื่อว่าแบบนั้นเหมือนกัน ทุกคนจะมีจังหวะเวลาชีวิตที่เหมาะสมของตัวเอง ความสำเร็จของคนอื่นไม่สามารถเอามา compared กับเส้นทางเดินของเราได้ ฉะนั้นในวันที่เราอยู่ในช่วงเวลาที่แย่ ความคิดแรกที่ต้องถูกกำจัดออกไปก่อนก็คือ ”การเปรียบเทียบตัวเองกับผู้คนรอบข้าง”

สิ่งที่เราทำได้คือ ให้เวลากับมันสักนิด แค่นิดเดียวแล้วพาตัวเองออกมาจากจุดๆ นั้นเรียนรู้จากสิ่งที่ได้พบเจอ เอาวิธีการเอาตัวรอดนั้นๆ หรือการเรียนรู้ที่เกิดขึ้นมาปรับใช้ให้เป็นตัวเองใน version ที่ดีขึ้น

“Approach from different perspective = การลองมองปัญญาและแก้ด้วยมุมมองใหม่ๆ”

ให้ลองสังเกตตัวเองดูว่าทุกการล้มลุก คลุกคลาน จะทำให้แรงต้านเรื่องราวแย่ๆ ของเราดีขึ้น มองโลกในมุมใหม่ๆ มากขึ้น และที่สำคัญเราสามารถก้าวไปข้างหน้าได้อย่างสมบรูณ์มากขึ้น

แรงกระตุ้นที่เกิดระหว่างช่วงเวลาแย่ๆ เหล่านั้นก็ยังมีเรื่องส่วนที่ดีอยู่ คือมันเป็นแรงผลักดันที่ใหญ่มากเลยหล่ะ ที่จะผลักให้เราไปสู่จุดที่สูงขึ้น พร้อมสู้กับโลกใหม่ สกิลใหม่สังคมใหม่ โดนที่กำลังใจของเราจะไม่ลดลงง่ายเหมือนเดิม

ส่วนเพื่อนๆ มีวิธีจัดการกับ energy ตัวเองยังไง แชร์กันได้ในคอมเม้นนะคะ

ขอให้ทุกคนสนุกกับการเดินทาง แล้วเจอกันใหม่ค่า 🖤

ลูฟี่และกลุ่มหมวกฟางจะถูกทดสอบ เพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งในทุกๆ เดินทางเสมอ
สุดยอดไอดอล❤️

Leave a comment