JOURNET THE JOURNAL

Procrastination – พรุ่งนี้ค่อยทำก็ได้

พรุ่งนี้ค่อยทำก็ได้ (จริงเหรอ) 😐

Procrastination หรือ การผลัดวันประกันพรุ่ง หนึ่งในศัตรูตัวร้ายของความสำเร็จ

Yesterday you said tomorrow. – Mission to the moon-

ทุกการเริ่มต้นสู่เป้าหมาย ภาพฝันที่เห็นว่าตัวเองประสบความสำเร็จนั้นสวยงามเสมอ

แต่ทำไมน้อยคนนักที่จะเดินทางเข้าสู่เส้นชัยได้จริงๆ

จุดตัดของการเดินทางเหล่านี้คือ “พรุ่งนี้ค่อยทำ” คำเปรยที่มักจะได้ยินบ่อยๆ หรือพูดกันจนชินปาก จนบางทีเราอาจจะไม่รู้เลยว่า คำว่า “พรุ่งนี้” ของเรานั้นคือเมื่อไหร่

แต่พฤติกรรมที่เกิดขึ้นวนซ้ำๆ แบบนี้มันเป็น pattern ที่สมองของเราสร้างมันขึ้นมาเพื่อปกป้องบางอย่างให้กับเรา และสิ่งๆ นั้นคือ “ความสบาย”

บทความที่อยากจะแชร์ในวีคนี้เกิดขึ้นจากความหงุดหงิดในตัวเองที่ตั้งใจวางแผนว่าจะฝึกทำ IELTS ให้ได้วันละ 2 ชม. แต่พอเจองานที่หนักตลอดทั้งวัน พลังงานความเฉื่อยที่เกิดขึ้น
จนรู้สึกว่ามันทำไมวะ …. มันจะใช้ชีวิตแบบนี้ไม่ได้แล้ว เราต้องทำอะไรสักอย่าง

จนได้มาฟัง Mission To The Moon EP.2590
“พรุ่งนี้ค่อยทำ” ความลับของสมองที่ทำให้เราผัดวัน

เลยอยากทำนำนี้มา share ให้ทุกคนทำความเข้าใจไปพร้อมกันว่ามันเกิดจากอะไร ส่วนหนึ่งคือเราไม่ได้เป็นคนที่ห่วยแตก ไม่มีความรับผิดชอบ แต่มันมีการสั่งการบางอย่างที่ ถ้าเราไม่ฝืนมัน มันก็จะพาเราไหลไปตาม pattern ที่สมองเราวางไว้ต่างหาก 😣

มันอะไรยังกันนะ ไปทำความเข้าใจพร้อมๆ กันเลยดีกว่า ~~

🧩 สภาวะขัดแย้งในตัวเอง

คิดภาพง่ายๆ เหมือนตอนที่เราดูการ์ตูนแล้วมีเสียงในหัวฝั่งที่เป็น Angle กับฝั่งที่เป็น Devil กำลังถกเถียงกันอยู่

ฝั่งหนึ่งมีเสียงที่บอกว่าเราต้องการที่จะไปให้ถึงเป้าหมายที่วางไว้ ด้วยพลังอันแรงกล้า แต่อีกฝั่งหนึ่งกลับต่อต้าน หลีกเลี่ยงความท้าทาย ความลำบากในการลงมือทำอะไรสักอย่าง และไอ่เจ้าเสียงในหัวฝั่งนี้แหละ มันจะเสนอ “ความสบาย” ให้กับเรา

“ความสบาย” ที่ร่างกาย จิตปฎิเสธมันได้ยาก และส่วนใหญ่เจ้าเสียงนี้จะชนะเสมอ 🫠

เนื่องจากสมองถูกออกแบบมาเพื่อหลีกเลี่ยงความเจ็บปวด และหาความสุข – Mission to the moon-

ฉะนั้นความเปลี่ยนแปลง จึงถูกตีความเป็นภัยคุกคาม และความไม่แน่นอน สมองจึงมักจะพาเราหลีกเลี่ยงสิ่งเหล่านั้น เพื่อหาความผ่อนคลาย ความปลอดภัย เช่น การดูวิดิโอตลกๆ เสพโมเม้น หรือ นอนเฉยๆ

💡 วิธีการเอาชนะมัน คือเราต้องพยายามฝืนการสั่งการเหล่านั้น เพื่อลดการโดนขโมยความสุขระยะยาว ฝึกให้สมองเข้าใจ และพบเจอกับความปลอดภัยใหม่ๆ ที่น่าสนุก เพราะทุกการทำตามสมองสั่งเพื่อให้ได้ความสุขในระยะสั้นนั้น มันเหมือนการบอกตัวเองว่า ความฝันของเรา มันเป็นไปไม่ได้

“ยอมความเผชิญความทุกข์เพียงชั่วคราว เพื่อความสุขที่ยืนยาวชั่วโคตร”

🧩 ความกลัวที่แฝงตัวในความสมบรูณ์แบบ
(Fake perfectionism)

การรอคอยแผนที่สมบรูณ์แบบแล้วค่อยลงมือทำ เนื่องจากกลัวความผิดพลาดที่จะเกิดขึ้น

การรอคอยความพร้อมที่ให้มาถึง ซึ่งเราไม่สามารถรู้ได้เลยว่าความพร้อมเหล่านั้น
จะมาถึงเราเมื่อไหร่

ความกลัวที่เกิดขึ้นทำให้เราไม่กล้าที่จะทำในสิ่งที่ควรทำ ทั้งกลัวว่ามันจะล้มเหลว ทั้งกลัวความจริงที่อาจจะเกิดขึ้น กลัวว่าตัวเองจะเก่งไม่พอ กลัวผลลัพธ์ต่างๆ นานา

แต่ความน่ากลัวที่สุดที่เราไม่เคยคำนึงถึงมันเลยก็คือ “การไม่ลงมือทำ”

💡วิธีการเอาชนะมันคือ ลงมือทำเลยไม่ว่าวิธีนั้นจะถูกหรือไม่ การเริ่มลงมือทำจะทำให้เรามองเห็น ทั้งโอกาสมีอยู่มากเกินกว่าตาเราจะมองเห็น และปัญหาที่รอเราแก้ไข ปรับปรุงให้ดีขึ้น

ความสำเร็จไม่ใช่ขั่วตรงข้างกับความล้มเหลว แต่การไม่ลงมือทำต่างหากคือขั่วตรงข้ามของความสำเร็จ -Mission to the moon-

🧩 การปรับวงจรสมองใหม่ (Rewiring)

เริ่มจากการยอมรับความจริงที่ว่าเราไม่มีทางรู้สึกอยากทำ หรือพร้อมที่จะทำ

แต่เราต้องสร้างกล้ามเนื้อแห่งวินัยในสมองของเรารับรู้ว่า การลงมือทำสิ่งใหม่ และการทำเรื่องที่ท้าทายไม่ใช่เรื่องน่ากลัว ถึงแม้ว่ามันจะมีแรงต้านที่เกิดขึ้นบ้าง ถ้าเราก้าวผ่านมันไม่ได้

คำว่า “วินัย” จะค่อยๆ ก่อตัวขึ้นตามลำดับ

“Start small and Build discipline”

ในขณะที่สมองกำลังพยายามจูงใจให้เราเลิกทำ รวมทั้งแรงต้านพยายามบอกตัวเราให้หยุด แล้วไปตามหาความสบายใจ

💡 วิธีการเอาชนะมันคือ ฝึกเพิกเฉยต่อเสียงในหัว เพิกเฉยต่อความต้องการที่จะวิ่งหนี เพื่อพิสูจน์ให้มันรับรู้ว่าสิ่งนี่ไม่ได้เป็นอันตราย และสิ่งที่ทำอยู่นั้นยังเกิดผลดีให้เรากับตัวเราเองด้วย และในที่สุดเสียงที่เรียกร้อง แรงต้านเหล่านั้นจะสงบลง และเรียนรู้ว่าสิ่งใหม่ที่กำลังเกิดขึ้นนี้ปลอดภัย

🧩สร้างแรงจูงใจให้เป็นระบบ

แรงจูงใจมันมักไม่ได้เกิดขึ้นง่ายๆ กับทุกคน เพียงแต่มันสามารถเริ่มได้จากจุดเล็กๆ อย่างการปรับสภาพแวดล้อม หรือพาตัวเองเข้าไปอยู่ในที่ที่ บังคับว่าตัวเองต้องทำสิ่งนั้น

เช่น การอ่านหนังสือ ถ้าอ่านคนเดียวในห้องแล้วมันมีสิ่งจูงในเยอะ ไม่ว่าจะเป็น เตียงนอน, Play station หรือการเล่นโทรศัพท์ ให้ลองเอาตัวเองออกไปหา Co-working space หรือ ไปอ่านหนังสือที่ห้องสมุดดู เมือสภาพแวดล้อมเต็มไปด้วยคนที่กำลังตั้งใจอ่าน เราก็จะรู้สึกว่าอยากอ่านตามไปด้วย

💡ถึงแม้ว่ามันจะเริ่ม focus ได้ที่ละ 10-15 นาที แต่เชื่อเถอะว่าทุกการเริ่มต้นดีเสมอ

“จุดยากที่สุดของความสำเร็จ คือจุดเริ่มต้น”

คนที่สำเร็จคือคนที่ออกแบบวันที่ไม่อยากทำอะไรมากที่สุด แต่ก็ยังทำอยู่ดี -Mission to the moon-

ความก้าวหน้าไม่ได้เกิดเป็นเส้นตรง และเมื่อเรายอมรับและเข้าใจในความปกติของเส้นทางที่เราเดิน มันจะให้เราก้าวต่อไปข้างหน้าได้เรื่อยๆ

ไม่มีใครปฎิเสธได้หรอกว่ามันจะมีวันที่เราไม่รู้สึกพัง แต่อย่าให้ความพังทลายนั้นอยู่กับเรานานเกินไป Self-compassion หรือความเมตตาต่อตัวเองนั้นก็เป็นอีกเรื่องที่สำคัญ เพราะการพูดคุยกับตัวเองและบอกตัวเองว่าไม่เป็นไร ไม่ถือเป็นการละเลยความปิดแต่เป็นการปลดอตีตในเราได้เรียนรู้ และก้าวเดินต่อไป

ทั้งนี้ทั้งนั้นมันไม่มีใครมาช่วยบอก หรือบังคับเราได้ว่าต้องเริ่มลงมือทำเท่าไหร่ มีเพียงแต่เราเท่านั้น ที่จะบอกว่าตัวเองว่า “ลุกไปลงมือทำได้แล้ว”

ขอบคุณที่อ่านจนจบ และขอให้สนุกกับการเดินทางของตัวเองนะคะ 🖤

Reference : https://www.youtube.com/watch?v=OGMheNxHxVI&t=151s

Tags:

Leave a comment