
“คุณมีแผนพัฒนาตัวเองอยู่หรือเปล่า”
คำถามที่ดูเหมือนจะตอบง่าย เช่น ไม่นะ ,อาจจะยัง (เย้ยยย 555+)
มันต้องมีแน่นอนอยู่แล้ว ยิ่งเริ่มต้นปีใหม่แบบนี้ทุกคนก็คงมีเป้าหมาย, สิ่งที่อยากทำ รวมถึงความตั้งใจในการพัฒนาตัวเอง รวมอยู่ใน To do list of this year ด้วยใช่มั้ยคะ 😉
ความมุ่งมั่นตั้งใจ กับเป้าหมายที่ทุกคนกำลังจะเริ่มทำกันในตอนนี้ ก็คงจะทำให้ทุกคนบรรลุเป้าหมายกันได้ทุกคนก็จริง แต่มันอาจจะไม่ได้รับประกันว่า ตัวคุณจะพัฒนาเสมอไป
อะ อะ อะ อ้าว !
อย่าง เราตั้งเป้าหมายว่า เราจะตั้งใจทำงานชิ้นนี้ให้เสร็จ เราเลยตั้งหน้า ตั้งตา ตั้งใจทำมันจนสำเร็จ แต่มันกลับไม่ช่วยให้ตัวเราพัฒนาเลยซักนิด เพราะสิ่งที่เรากำลังทำอยู่ มันเป็นสิ่งที่เราต้องทำมันอยู่แล้ว และเป็นสิ่งที่ใช้ความรู้ความสามารถที่เรามี เพียงแค่ลงทุนด้วยเวลา และลงแรงทำมันคนเสร็จ = “บรรลุเป้าหมาย”
แต่การพัฒนาอาจจะยังไม่เกิดตรงจุดนี่หน่ะสิ ~ 🤧
“การพัฒนาไม่ได้เกิดขึ้นโดนบังเอิญ”
คำกล่าวเปิดสำหรับกฎข้อแรกจากหนังสือ 15 invaluable laws of growth by John C. Maxwell หนังสือเล่มนี้มีเสน่ห์ที่น่าหยิบจับมาแชร์ให้ทุกคนได้อ่าน และนำไปปรับใช้ได้จริง

ซึ่งก่อนหน้านี้หวานได้มีเขียนถึงเรื่อง กฎข้อ 12 ความสงสัยใคร่รู้ หรือ Law of curiosity ไว้แล้ว (เพื่อนๆสามารถไปอ่านได้ในบทความก่อนหน้านี้ น้าา ~ 😊)
และด้วยอีกหนึ่งความน่าสนใจของหนังสือเล่มนี้ คือกฏแห่งความตั้งใจ
law of intentionality
ความตั้งใจใหม่ๆ ที่มาพร้อมกับคำว่า “สวัสดีปีใหม่”
ไม่ว่าจะเป็นความตั้งใจที่อยากเป็นตัวเองใน version ที่ดีขึ้น หรือ
ความตั้งใจที่จะพัฒนาตัวเองให้ก้าวข้ามเรื่องราวบางอย่าง ไม่ว่าจะอะไรก็ล้วนเป็น ความมุ่งมั่น ตั้งใจที่เกิดขึ้นตั้งแต่ต้นปีทั้งนั้น
ทุกคนล้วนอยากมีชีวิตแบบที่ตัวเองตั้งใจ
แต่….เส้นทางที่ใช้เดินไปในทิศทางเหล่านั้นมักมี กับดับหรือช่องว่าง ให้เราตกหลุมพราง หรือมีสิ่งที่ขัดขวางไม่ให้เราไปต่อ หรือเข้าถึงศักยภาพที่เรามีเสมอ
และนี่คือ 8 ข้อสังเกต จากหนังสือ 15 invaluable laws of growth by John C.
ที่ได้กล่าวไว้เกี่ยวกับ “กับดักและช่องว่าง” หวานเลยอยากให้บทความนี้เป็นบทความที่เป็นแนวทางให้เพื่อนๆ ได้ลอง สังเกตและพิจารณาดูว่าเรากำลังติดกับดักเหล่านี้อยู่มั้ย ก่อนที่เราะจะ start ออกเดินทางไปกับความตั้งใจในปีนี้ของเรา
หรือจะเอาไว้เป็นแนวทางเผื่อวันไหนรู้สึก lost ขึ้นมา
อาจจะเอาทั้ง 8 ข้อสังเกตนี้มาพิจารณาดูก็ได้ค่ะ 😊

1. ช่องว่างแห่งการทึกทักเอาเอง 📔
กับดัก – “ฉันคิดว่าตัวเอง จะพัฒนาได้โดยอัตโนมัติ”-
ความตั้งใจในการพัฒนาตัวเอง ไม่เหมือนกับการเติบโตของร่างกาย ที่จะพัฒนาขึ้นมาตามกาลเวลา แต่มันคือการสร้างความรู้ ความสามารถ เพื่อตัวเราก้าวข้ามผ่านขีดจำกัดต่างๆ ไปพร้อมกับกาลเวลาต่างหาก
และการมีเป้าหมายที่ชัดเจนจะช่วยให้เราเข้าสู่วงการ การอยากพัฒนาตัวเองได้เร็วขึ้น
อย่างการอยากไปเรียนต่างประเทศ , อยากเขียนโค้ดได้ หรืออยากพูดได้หลายๆ ภาษา
สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นเป้าหมายที่เราตั้งเอาไว้ เพื่อวางแผนการพัฒนาตัวเองให้ไปยังจุดหมาย
ถึงแม้ว่าทุกการเริ่มต้นจะยาก แต่ขอแค่ฮึบเดียว ! เพื่อให้เราได้เริ่มก้าวเดิน และลงมือสร้างเส้นทางสู่จุดหมายที่เราตั้งใจไว้ กันเถอะ
เลิก “รอ” ให้ตัวเองเป็นคนที่อยากเป็นแล้ว “เริ่ม” ลงมือทำให้ตัวเองเป็นคนที่อยากเป็นได้แล้ว -บรูซ สปริงส์ทีน-
Question : วันนี้เรากำลังคิดว่าการพัฒนามันจะเกิดขึ้นเอง หรือเกิดจากความบังเอิญอยู่หรือปล่าว ?
2. ช่องว่างแห่งความรู้ 📔
กับดัก -“ฉันไม่รู้ว่าจะพัฒนาตัวเองอย่างไร”-
ก่อนที่จะเข้าสู่คำถามว่า “ฉันจะทำอย่างไร” เราควรตอบตัวเองให้ได้ก่อนว่า “เราต้องการอะไร”
ส่วนตัวเราเชื่อว่า “จักรวาลจะจัดสรรสิ่งๆนั้นมาให้เรา ก็ต่อเมื่อเราชัดเจนกับตัวเองก่อน”
ถึงแม้ว่าการจัดสรรของจักรวาลมักจะมาด้วยบททดสอบสุดหินก็เถอะ
แต่การคอยให้ โลกจัดสรรมาให้อย่างเดียวแล้วค่อยเรียนรู้ มันก็อาจจะดูเรื่อยๆ เปื่อยๆ ไปหน่อย ในเมื่อตอนนี้เราชัดเจนกับตัวเองได้แล้ว ก็ลงมือทำได้เลย สร้าง process ของตัวเองขึ้นมา
ยกตัวอย่างเช่น ไม่ต้องรอจนกว่าตัวเองจะได้ทำงานในสาย data แต่เริ่มหา project จาก source ต่างๆที่มีอยู่เต็มไปหมดบนโลก internet แล้วลงมือทำเพื่อเป็นการฝึก และพัฒนา skills ของเราไปเรื่อยๆ และสิ่งที่สำคัญ ณ จุดนี้คือ อย่างลืมสร้างวินัยให้ตัวเองด้วย ปรับ process ให้เข้ากับชีวิตประจำวันของเรา เรียนรู้ในสิ่งที่เราต้องการ โดยไม่ดู distract จากสิ่งอื่น ให้ตระหนักรู้เสมอว่า “เรากำลังทำอะไร”
อย่าตื่นเต้นว่าคนอื่นเขาทำอะไร แต่ให้รู้เสมอว่าเรากำลังทำอะไร
-พี่หนุ่ม Money coach-
Question : ความชัดเจนของเป้าหมายและสิ่งที่เราต้องทำ
คืออะไรหล่ะ?
3. ช่องว่างแห่งจังหวะเวลา 📔
กับดัก -“ยังไม่ถึงเวลาที่เหมาะสม”-
การเฝ้ารอเวลาที่เหมาะสมแล้วค่อยลงมือทำ ถือเป็นการลดทอนโอกาสและเวลาให้หมดไปอย่างสูญเปล่า เพราะความเป็นจริงมันไม่มีเวลาที่เหมาะสมสำหรับการเริ่มลงมือทำ 🤧
ในหนังสือได้พูดถึง กฎแห่งความตั้งใจที่ลดน้อยถอยลง (Law of diminishing intent)
ที่บอกไว้ว่า “ยิ่งผัดผ่อนสิ่งที่ควรทำตอนนี้ออกไปนานเท่าไหร่ คุณยิ่งมีโอกาสที่จะลงมือทำน้อยลงเท่านั้น” (เห็นด้วยอย่างยิ่งครับท่านประธาน😆)
แต่เริ่มลงมือทำได้ เอาเลย !! แบบนี้ โดยไม่ได้สนว่าเราจะพร้อมไม่พร้อม
ก็อาจจะฟังดูโหดไปนิด 😰
ฉะนั้น ลองมาเริ่มลงมือทำจากสิ่งเล็กๆ สิ่งที่เราควบคุมได้ แล้วค่อยๆ build ให้มันใหญ่ขึ้นดูจะเป็นวิธีที่ประนีประนอมกว่าในความคิดของเรา เพราะคนเรามีข้อจำกัด และต้นทุนที่แตกต่างกัน ถือเป็นเรื่องที่เข้าใจได้มากๆ จะให้เริ่มต้นแบบ hardcore ก็ดูจะน่าตกใจไปหน่อย
แต่ไม่ว่าจะ status ไหนเราการเริ่มลงมือทำเลย ก็มีส่วนผสมที่เป็นวัตถุดิบหลักอย่างความพยายาม ความตั้งใจ และความมีวินัยด้วยกันทั้งนั้น
เวลาไม่เคยคอยใคร อันนี้เป็นเรื่องจริง ที่จริงที่สุด ฉะนั้นมาเริ่มลงมือทำไปพร้อมๆ กัน
“Start small then build the big things”
คนที่ใช้ชีวิตเพื่อรอวันพรุ่งนี้ จะอยู่ห่างจากความปรารถนาไปหนึ่งวันเสมอ -เลโอ บุสเกลยา-
Question : เรากำลังรอจังหวะชีวิตอยู่รึปล่าว แล้วมีอะไรที่เราสามารถเริ่มลงมือทำได้ตอนนี้เลยมั้ย ?
4. ช่องว่างแห่งความผิดพลาด 📔
กับดัก -“ฉันกลัวทำพลาด”-
หากคิดจะพัฒนาตัวเองแล้ว เราจะต้องเอาชนะความกลัวที่จะทำผิดให้ได้ การอ้าแขนรับกับเรื่องที่ทำผิด เรียนรู้ ยอมรับ และก้าวผ่าน เป็นอีกหนึ่งวิธีการเรียนรู้ที่ดีอีกวิธีหนึ่ง เพราะเรามักจะจดและจำได้ดี เมื่อได้เรียนรู้จากสิ่งที่ทำ
ซึ่งมันเป็นเรื่องที่โคตรจะแปลก กับเรื่องที่ทำผิดพลาด เรื่องความเจ็บปวดสมองเราดันจำได้แม่นยำเลยหล่ะ ถึงแม้ว่ามันจะฟังดูแล้ว negative แต่ลองมองในมุมกลับกันดูว่า
“แล้วเราได้อะไรจากการล้มครั้งนี้บ้าง นอกจากความรู้สึกเจ็บ”
Question : เราพร้อมที่จะอ้าแขนรับทุกความผิดพลาด และพร้อมพัฒนาตัวเองไปกับความล้มเหลวนั้นมั้ย ?
5. ช่องว่างแห่งความสมบรูณ์แบบ 📔
กับดัก -ฉันต้องหาวิธีที่ดีที่สุดให้เจอก่อน แล้วค่อยลงมือทำ-
เราไม่มีทางรู้หรอกว่าอะไรคือวิธีที่ดีที่สุดในการลงมือทำ นอกจากทำเลย
เพราะยิ่งเราลงมือทำเราจะมองเห็นได้ชัดว่า เรากำลังขาดอะไร, วิธีที่ใช้อยู่ตอนนี้ work มั้ย และการเรียนรู้แบบไหนที่ตอยโจทย์เรามากที่สุด
เรามีเพื่อนคนหนึ่งทำคลิปรีวิวอาหารใน platform บ้านดำ เขาลงมือทำเลยโดยที่ไม่ตัดสินว่าอะไรผิดหรือถูก แล้วทำแบบนั้นมาเป็นปี ทำโดยที่ไม่รอหาวิธีที่ดี ที่สุดแล้วค่อยลงมือทำ แต่เรียนรู้กับมันไประหว่างทาง จากตอนนี้รายได้หลายล้าน โคตรจะโซจึ้ง 😆
ถ้าถามเราว่าทำไมไม่ทำบ้าง คือ เราลองทำมาแล้วน่าจะ 2 weeks ได้ มันแบบไม่ใช่ตัวเราเลยสักนิด ไม่เป็นตัวเอง ไม่มีความสุข เลยเลิกไปเลย 5555+
จนมาลองทำงานเขียนแล้วก็ตอบตัวเองได้ว่านี่แหละเป็นอะไรที่เราชอบ สิ่งที่ทำให้คนสมาธิสั้นจดจ่อกับสิ่งๆนี้ได้นานเกิน 2 ชั่วโมง เลยฝึกเขียนคอนเท้น แชร์เรื่องราวต่างๆ ให้กับเพื่อนๆ ได้อ่านนี่แหละ ค้าบบบบ 🧡🧡 ขอบคุณมากๆ นะคะ ที่ยังอ่านกันถึงตรงนี้ 😭
Question : เราเริ่มแล้ว เธอเริ่มยังงง 💪 ?
6. ช่องว่างแห่งแรงบันดาลใจ 📔
กับดัก -ยังไม่อยากทำเลย- (เสียงในหัวมากเวอร์ อันนี้ 😆)
เสียงในหัวที่มักจะถกเถียงกันเมือกำลังจะลงมือทำอะไรสักอย่าง
“ลงมือทำเลย…….รออะไร ~~ (รอแรงบันดาลใจ 55555555)”
นักจิตวิทยาจากมหาวิทยาลัย Harvard เจอโรม บรูเนอร์ กล่าวไว้ว่า
“คุณมีแนวโน้มที่จะมีแรงจูงใจหลังจากลงมือทำ มากก่ามีแรงจูงใจที่จะลงมือทำ”
อย่างวันนี้กว่าจะขุดตัวเองมานั่งเขียนได้ปาไปแล้วครึ่งว่า แต่พอขุดมาได้แล้วมันก็ไปได้เรื่อยๆ ยาวๆ เลย เพราะมันจะเริ่มสนุกตรงที่ เราได้เห็นว่าตัวเองทำอะไรได้บ้าง จากคนที่ไม่เคยสนใจอยากทำอะไรเลย ก็มาได้ไกลเหมือนกันนะเนี่ย (แตะหัวตัวเอง 2 ที เก่งมากเจ้าหนู ✌)
มั่นใจเถอะว่าเราทำได้ แล้วลุกขึ้นมาลงมือทำเลย ไม่ว่าจะกับเรื่องอะไรก็ตามแต่ พอทำแล้วแหล่งของแรงบันดาลใจมันจะมาเอง
Question : จะลุกเพื่อตาม หรือนั่งรออะไรก็ไม่รู้ต่อไปละ ?
7. ช่องว่างแห่งการเปรียบเทียบ 📔
กับดัก -คนอื่นเก่งกว่าเรา-
ข้างนอกมีคนเก่งกว่าเราอีกตั้งมากมาย นั่นคืออีกหนึ่งสิ่งที่เราต้องยอมรับ แล้วสร้างแรงกระตุ้นให้ตัวเองเดินเข้าไปหาแหล่งเรียนรู้ มุมมอง แง่คิด และไอเดียใหม่ๆ ที่มาจากประสบการณ์จริงของบุคคลเหล่านั้น เพื่อนำมาปรับและพัฒนาตัวเองให้ดีขึ้น
เลิกเปรียบเทียบแล้วปิดตัวอยู่แต่ในห้องเงียบ ก้าวออกจาก comfort zone
เพื่อให้เจอโลกจริง
Question : นี่เรากำลังเปรียบเทียบตัวเองกับคนอื่น จนอยากหยุดพัฒนาตัวเองอยู่รึปล่าว ?
8. ช่องว่างแห่งความคาดหวัง 📔
กับดัก -นึกว่าจะง่ายกว่านี้สะอีก-
ไม่มีคำว่า “ง่าย” ในโชคชะตา เราเชื่อแบบนั้น เพราะทุกอย่างต้องใช้เวลา
(แม้กระทั่งย่างหมูกะทะ ก็ยังต้องรอให้มันสุก สุกไม่พอต้องรอให้กรอบด้วยถึงจะอร่อย🤭 )
สิ่งใดที่ได้มาง่ายๆ สำหรับมนุษย์เราแล้วคุณค่าของสิ่งๆนั้นมันอาจจะลดน้องถอยลงไปด้วย
อย่าไปคาดหวังว่ามันจะเป็นเรื่องง่ายไปสะทั้งหมด แต่ลองเปลี่ยน Focus จากความคาดหวัง
เหล่านี้ไปเป็นการกำหนด “โชคชะตา” ของตัวเองแทน
The destiny method
โชคชะตา = การเตรียมพร้อม (การพัฒนาตัวเอง) + ทัศนคติ + โอกาส + การกระทำ (ลงมือทำ)
การเตรียมตัวเองให้พร้อมเสมอสำหรับสำโอกาส ถึงแม้ว่ามันจะไม่ง่ายแต่มันคุ้มค่ามาก
อย่างตอนที่เราไป โครงการ WAH (Working and Holiday) ของ Australia เมื่อ 5 ปีก่อนที่รู้จักโครงการนี้ ถ้าจะสมัครเข้าโครงการได้ต้องมีคะแนน IELST 5 all brands score ตอนนั้นมีเวลาเพียงแค่ 3 เดือนในการเตรียมตัวและตั้งเป้าที่ชัดเจนไว้ว่าจะสอบครั้งเดียวให้ผ่าน เพราะค่าสอบแพงมาก และการเตรียมพร้อมอย่างหนักหน่องก็เริ่มขึ้น
การสอบเพียงครั้งเดียวผ่านไปได้ด้วยดี ความพร้อมและการพัฒนาภาษาที่ดีขึ้นเลยทำให้การไป Melbourne ครั้งนั้นราบรื่น หนึ่งปีกับความทรงจำที่ดีมากๆ
“เพราะนั่นเป็นครั้งที่เรามีเป้าหมายชัดเจน เราเชื่อมั่นว่าจะเราทำได้ และเราเริ่มลงมือทำเลย ความรู้สึกมันสุดยอดมากไปเลยหล่ะ”
คุณไปถึงจุดมุ่งหมายชั่วข้ามคืนไม่ได้ แต่คุณเปลี่ยนทิศทางชั่วข้ามคืนได้ -จิม โรห์น-
Question : เราจะเป็นคนนั้นที่กำหนดโชคชะตาของตัวเองได้มั้ย ?

🧩 ทิ้งท้าย
ยิ่งเราหันมาตั้งใจกับการพัฒนาตัวเองเร็วเท่าไหร่ เราก็ยิ่งเข้าใกล้เป้าหมายมากขึ้นเท่านั้น
แค่เริ่มต้นสะกดจิตตัวเองว่า “ลงมือทำเลย”
หรืออาจจะลองเปลี่ยนคำถามที่ใช้ถามตัวเองก่อนลงมือทำอะไรสักอย่างดูว่า
“ฉันต้องใช้เวลานานแค่ไหน” เป็น “ฉันไปได้อีกไกลแค่ไหน”
คำว่า “วันหลัง” เป็นคำที่ดูเรียบง่ายแต่อันตรายมาก โดยเฉพาะ “เดี๋ยวค่อยทำวันหลัง” การตกลงไปในหลุมพรางของคำๆนี้ มันจะดึงเวลาให้เราเข้าใกล้สิ่งที่เราตั้งใจได้ช้าลง
จำไว้เสมอว่า การพัฒนาตัวเองเกิดจากความตั้งใจ ไม่ใช่ความบังเอิญ
และเราต้องเป็นฝ่านวิ่งตามมัน
สิ่งที่แสดงถึงหลักการใช้ชีวิตของคนคนหนึ่งได้ดีที่สุดไม่ใช่คำพูด แต่เป็นการตัดสินใจของคนคนนั้นในระยะยาว คือ ผู้กำหนดชีวิตและตัวตนของเราเอง -เอเลนอร์ รูสเวลต์-
ขอให้ทุกคนโชคดีกับการออกเดินทางให้ถึงเป้าหมายนะคะ 🖤
Leave a comment