JOURNET THE JOURNAL

How to build a better personal brand สร้างแบรนด์ของตัวเองยังไงให้แตกต่าง

ช่วงอาทิตที่ผ่านมาเราได้เจอกับ video หนึ่งบน YouTube ที่เปิดหัวข้อออกมาได้น่าสนใจมาก
How To Build A Better Personal Brand Than 99% Of People ของ Dan Koe
ปรมาจารย์ที่ในเรื่อง Digital entrepreneur ความยาวของ Video อยู่ที่ประมาน 24.24 นาที
(เลขสวยซะด้วยย 555 + ) ที่มาพร้อมกับ Guideline ที่เหมาะสำหรับ beginner ที่มีความน่าสนใจ
ที่จะเริ่มสร้าง personal brand ของตัวเองอย่าง

เราเป็นคนหนึ่งที่สนใจและกำลังศึกษาเกี่ยวกับเรื่องการทำ Personal brand และเริ่มเก็บสะสมข้อมูลเพื่อหาจุดที่เหมาะกับตัวเองจาก Tips & Tricks ของผู้ที่มีประสบการณ์ และได้รู้จักกับ Dan Koe ได้ไม่นาน และนี่เป็นอีกหนึ่งใน Motivation ในการเดินทางสร้าง one person business ของเราครั้งนี้ค่ะ

Dan Koe หนึ่งในต้นแบบ One personal business หรือเจ้าของหนังสือที่มีชื่อเสียงอย่าง
The Art of Focus เขาเป็นอีกหนึ่งแรงบันดาลใจในการสร้างธุรกิจแบบตัวคนเดียว โดยการใช้ skills stack หรือความรู้ในหลายๆด้านที่เขามี ไม่ว่าจะได้มาจากการเรียนรู้ และประสบการณ์ต่างๆที่เขาเจอ ออกมาถ่ายทอดให้ผู้คนนับล้าน ด้วยบนความสั้นๆ Background สีดำแบบตัวหนังสือสีขาวแบบเรียบง่าย แต่อัดแน่นไปด้วยความรู้และ Motivation ในการพัฒนาตนเอง

-Dan Koe-

🧩 จากคนที่มองไม่ออกว่าตัวเองอยากทำอะไรสู่การเปิดประตูบานใหม่ของชีวิต

I never really knew what I wanted to be when I grew up, but “I DID KNOW that I DID NOT WANT TO BE LIKED MOST PEOPLE” – Dan Koe-

แค่ประโยคนี้ที่เขากล่าว ก็รู้ขนลุ๊กก จนอยากรู้ต่อว่าจากคนที่ยังมองไม่ออกว่าตัวเองอยากทำอะไรในอนาคต แต่รู้เพียงแค่ว่า ตัวเขาไม่ได้อยากเป็นเหมือนคนทั่วๆ ไป และนั่นก็คือจุดเริ่มต้นที่เขาเริ่มมองหาสิ่งต่างๆ เพียงแค่ประโยคสะกิดใจ I DID KNOW that I DID NOT WANT TO BE LIKED MOST PEOPLE” ประโยคนี้ก็ทำให้ตัวเขาเริ่มเก็บเกี่ยวประสบการณ์ และเริ่มทำอะไรหลายๆอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการขายของผ่าน E-Commerce การเริ่มเรียนรู้ทักษะต่างๆ ผ่านคอร์สออนไลน์
(เหมือนที่พวกเรากำลัง ทำกันอยู่เลย 5555 + เรียนแบบร้องขอชีวิตต อะไปต่อ……)

และการลองผิดลองถูกด้านการทำ Marketing รวมถึงการซื้อ AD ใน facebook แต่สุดท้ายแล้วก็พังไม่เป็นท่า .. 😟

Question ชวนคิด : ” ถ้าเป็นตัวเราเอง เราจะไปต่อ หรือ พอแค่นี้ ? ”

🧩 มาทำความรู้จักตัวเองให้มากขึ้นจากความล้มเหลว

สำหรับผู้ชายคนนี้เขาเลือกที่จะไปต่อกับเส้นทางใหม่ ที่จะระมัดระวังและรู้จักกกับตัวเองมากขึ้น จากความล้มเหลวสู่การสำรวจตัวเอง ว่ามีสิ่งไหนที่เราสามารถทำได้ตอนนี้ ในขณะที่เราอยู่ในสถานณ์ที่มีขีดจำกัด ไม่ว่าในด้านทักษะ หรือเงินทุน และอีกจุดหนึ่งที่สำคัญคือ personality ของเราเป็นแบบไหน

หลังจากการได้สำรวจตัวเองเขารู้ดีว่าเขาทำได้ดีในเรื่อง Self – education ฉะนั้นนี่เป็นทักษะเริ่มต้นที่เขาจะต่อยอดในการเรียนรู้ศาสตร์ต่างๆบนโลกใบนี้ ตัวเขาเริ่มจาก Programming Skill ที่เลือกเริ่มต้นจากสิ่งที่นี้เพื่อให้เปิดโลกอีกด้านหนึ่งที่ยังไม่เคยเจอ และนี่เป็นการเริ่มต้นการผจญภัยครั้งใหม่ และกลายมาเป็นอาชีพที่ทำให้รู้สึกว่ามัน Stable และ comfortable มากๆในขณะนั้น

Question ชวนคิด : ” แล้ววันนี้เราได้สำรวจตัวเราเองรึยัง ว่า personality เราเป็นแบบไหน เราทำได้ในเรื่องอะไร และในยามที่ทรัพยากรชีวิตมีอยู่อย่างจำกัด เรา adapt สิ่งที่เรามีให้เกิดประโยชน์มากที่สุดได้อย่างไร ”

🧩 When life getting comfortable the life just get on autopilot.

เมื่อสิ่งที่ทำอยู่ในขณะนั้นมันทำให้รู้สึก Stable และ comfortable เราจะทำมันด้วยความเคยชินและปล่อยให้มัน flow แบบนั้นไปเรื่อยๆ จริงมั้ยคะ 😊

สำหรับใครหลายคนพอก้าวมาถึงจุดๆนี้จริงๆเมื่อทุกอย่างตรงนี้มันดีอยู่แล้ว เราก็ไม่ได้อยากขยับไปไหน หรือทำอะไรแล้ว

แต่ในทางตรงกันข้ามก็ยังมีคนอีกกลุ่มหนึ่งที่ยังตามหาความ Challenge ให้ชีวิตอย่างไม่หยุดพัก
(ถ้ารู้สึกแบบนี้ เราคือเพื่อนกันนนน ไปจ้าา ไปกันต่อ ..ถึงแม้จะอยากพักแต่ก็ไม่ใช่ตอนนี้
ใช่มั้ยเพื่อนนน 🤣)

และ Dan Koe ก็เป็นหนึ่งในบุคคลที่ยังตามหาความ Challenge เมื่อเริ่มรู้สึกไม่ชอบและเบื่อกับสิ่งที่ทำอยู่ตรงหน้า เปลี่ยนจากงานประจำมาเป็น Freelance ก็แล้วมันก็ยังไม่ชอบอยู่ดี จนกระทั่งเขาได้พบเจอกับ “Power of Social Media” ที่ๆ ผู้คนต่างได้ทำในสิ่งที่เป็นไปอย่างอิสระ

  • Post ในสิ่งที่ตัวเองมีความสนใน หรือการถ่ายทอดความรู้ที่ตัวเองมี
  • พวกเขาไม่ต้องวิ่งตามลูกค้า เพราะสิ่งที่พวกเขาสรรค์สร้างมันดึงดูดกลุ่มลูกค้าเข้ามา
  • การทำ Digital product เป็นลงทุนที่ใช้เงินน้อย และใช้แรงพยายามในการต่อสู้กับตนเองเป็นในการหารายได้ (นี่แหละ สิ่งที่เหมาะกัน Introvert อย่างเรามากที่สู้ดดดด 🤣)

Once you found the way, it came with problem.

ปัญหาหลักที่พบเจอกันโดยส่วยใหญ่หลังจากที่เราเห็นทางสว่างเส้นทางนี้คือ “IDEA”
ไม่รู้ว่าจะขุดมันมากจากไหน แต่ทุกอย่างฝึกฝนได้ ใช่มั้ยละ

และนี่คือสาเหตุที่ Dan Koe ทำ Video : How To Build A Better Personal Brand Than 99% Of People นี้ขึ้นมาเพื่อให้ Guideline สำหรับ Beginner ที่กำลังจะเริ่มเข้าสู่การสร้าง Personal brand ด้วยตัวเอง

Be prepared & Let’s discover!

Quote from his video

🧩 หนีออกจากการแข่งขันสู่การเป็นตัวตนที่แท้จริง

เริ่มจาก Skills stack ที่เรามีรวมถึงสิ่งที่เราสนใจ ทำให้มันสร้างรายได้ให้เราในอนาคต

โดยการ create content ที่มี quality ทำอย่างสม่ำเสมอ ถึงแม้ว่าการเดินทางบนเส้นทางนี้จะใช้เวลาที่ยาวนาน เพื่อทำให้ผู้คนเข้าใจในตัวตน เข้าใจสิ่งที่เราอยากถ่ายทอดผ่านชิ้นงานนั้นๆ แต่ Business strategy ที่แข็งแกร่งที่สุดคือ “TRUST”

เพราะเราเชื่อว่าการเดินทางของเราครั้งนี้จะมีคนที่เข้าใจในชิ้นงานของเราอย่างแน่นอน
และมันจะสร้างรายได้ให้เราได้ในอนาคตเช่นกัน เพียงแต่เราต้องคง quality ของชิ้นงานของเราไม่ให้ดรอประหว่างทาง และพัฒนาตัวเองอยู่ตลอดเวลา

🧩 3 เรื่องที่ทุกคนต้อง Focus ในการทำ personal branding

3 ตัวนี่จะถูกเรียกว่า “social matrix” เป็น bullet สำคัญสำหรับมือใหม่อย่างพวกเรา

  • Growth – Doing “What work” to attract people.
  • Authenticity – Expressing your core beliefs.
  • Authority – Displaying your expertise.

🎯 Growth – concept ที่จะช่วยให้ audience ของเราเติบโตขึ้น และการทำให้ content ไม่ถูกเลื่อนผ่านไปอย่างง่ายดาย

Idea ดีดีมักจะมาตอนที่เรากำลังทำอะไรบางอย่างในเวลาที่เงียบ หรือเรารู้สึกสบายตัว เช่น ตอนอาบน้ำ, ตอนล้มตัวลงนอน หรือ ตอนที่เรา consuming content ใดใดก็ตามที่เราสนใจ

ให้เราพยายามเอา idea เหล่านั้นออกมาจากหัว โดยการเขียนมันออกมาเพื่อให้เราสามารถเรียงและทำความเข้าใจกับมัน ว่าเราจะทำอะไรต่อไป ทุก content ที่จะทำออกมามี potential ให้กับผู้อ่านมากน้อยแค่ไหน และมันทำให้พวกเขาเข้าใจเรื่องราวนั้นๆ ผ่านมุมมองของเราอย่างไร ทำไมเขาถึงต้อง consuming เนื้องานของเรา มันให้ประโยชน์กับพวกเข้าอย่างไร

และคำถามสำคัญก่อนจะผลิตผลงานออกมาคือ
” ตัวเราชอบมันจริงๆมั้ย แล้วอยากถ่ายทอดมันออกมารึปล่าว “

แต่ทำยังไงก็เอาสิ่งที่อยู่ในหัวออกมาไม่ได้อยู่ดี 😵

นี่คือปัญหาที่คนส่วนใหญ่เจอ มี Idea ยุกยิกเต็มหัวไปหมด แต่พอจะเขียนออกมาดันไม่มีอะไรออกมาได้เลย ซะงั้น 😶 ซึ่งมันอาจจะเป็นเพราะว่า

  1. เราอาจจะยังมีความรู้ในเรื่องเหล่านั้นไม่มากพอ
  2. สมองของเรายังไม่ได้ถูกฝึกให้ create content ออกมาได้ทันที

แต่ในเมื่อเราเชื่อว่า ทุกอย่างฝึกฝนกันได้ ~ นี่คือ Checklist สำหรับการฝึกฝนของเรา เฮ้ !
เพื่อให้เราผลิตผลงานออกไม่ได้อยากมี potential ✌ คือ

  1. หาสมุดจดบันทึก หรือ Note-taking apps
  2. List รายชื่อของ creator, writer หรือบุคคลที่เราชื่นชอบ และ consuming ผลงานของพวกเขาอยู่ตลอดมาสัก 5-10 คน
  3. ใช้เวลาครั้งละ 1 ชั่วโมงในการศึกษาข้อมูล และ content ของบุคคลเหล่านั้น
  4. หาบทความที่ unique และมี engagement เยอะของพวกเข้าสัก 20 บทความ เพื่อทำ research ว่าบทความเหล่านั้นมีความดึงดูดอย่างไร concept หรือ phycological pattern แบบไหนที่มันทำให้น่าสนใจ

🔸🔸 แต่หลักการต้องไม่ใช่การท่องโลกหาข้อมูลแบบการเสพสื่อปกติ แต่ต้องเป็นในรูปแบบของการ research หาไอเดียมาปรับใช้ให้เกิดเป็นผลงานใหม่ของเรา
(ปรับใช้ไม่ใช่ Copy นะเทอออ )🔸🔸

This growth pillars is validated ideas or things that make people grow are already out there, and it’s up to you to find those. Take those and make them your own and experiment. -Dan Koe-

🎯 Authenticity – การดึงดูดผู้คนให้ถูก เพราะโดยส่วนใหญ่ creator หน้าใหม่มักจะถูก ignore content ถึงแม้ว่าเรื่องราวที่ถ่ายทอดออกมาจะเป็นเรื่องราวเดี๋ยวกันก็ตาม เนื่องจากผู้คนส่วนมากติดตามที่ตัวบุคคล ไม่ใช่ติดตามที่ตัว idea.

ต่อให้มี content ที่พูดในเรื่องเดียวกัน แต่คนทีมีคนรู้จักเยอะกว่าย่อมได้ engagement ที่ดีกว่าเสมอ
ฉะนั้นต่อให้ content เรามี quality มาแค่ไหน ไฟก็จะสาดถึงยากอยู่ดี

ในสนามการสร้าง digital product แห่งนี้จึงต้องใช้เวลา ความอดทน และความพยายามอย่างมากสำหรับผู้เล่มมือใหม่ 🐱‍👤

That’s why most beginner quit, because they never give themselves enough time.
-Dan Koe-

Important outline for the newbie🖤

  1. Time under attention – การดึงดูดความสนใจของผู้คน content ที่ถูกสร้างอย่างต่อเนื่องจะทำให้เราสื่อสารกับ audience ให้เข้าใจมุมมองของสิ่งที่เราพยายามจะสื่อได้มากขึ้น
  2. Alignment – เมื่อผู้คนเริ่มเข้าใจตัวตนของเรา นั่นแหละที่เรียกว่า value of relationship ระหว่างเรากับ audiences (ตามหา True fans ของเราให้เจอ 🪐)
  3. Authentic polarization – การเปิดพื้นที่ให้กับความคิดเห็นทั้งสองฝั่ง ไม่ว่าจะเป็นความเห็นที่เห็นด้วย และความเห็นที่ไม่เห็นด้วย

🎯Authority – การปรับมิติและมุมมองของเรื่องราวให้ออกมาเป็นมุมมองของเรา เนื่องจาก content ที่เราอยากเล่า หรือความสนใจที่เรามีมันกระจัดกระจายอยู่ในโลกออนไลน์เต็มไปหมด ซึ่งเป็นหนึ่งในเหตุผลที่ทำให้เราไม่กล้าเริ่ม

แต่ถ้าเราเริ่มอย่างถูกวิธีมันจะทำให้กล้าที่จะสรรค์สร้างอีกผลงานหนึ่งใบแบบฉบับของเรา

โดยพูดถึงเรื่องราวเหล่านั้นผ่านมุมมองของเรา (Teach through a new lens) มันก็เป็นการเปิดเรื่องราวในมิติใหม่ๆ ให้ผู้ที่สนใจ

การเข้าใจถึงปัญหาใน area ที่เรากำลังจะพูดถึง เพราะเมื่อนมุษย์เจอปัญหา มนุษย์จะอยากเรียนรู้ และหาวิธีแกปัญหา ฉะนั้นการ create ผลงานที่ตอบโจทย์ให้กับกลุ่มคนเหล่านั้น เป็นการดึงดูดให้คนสนใจเนื้องานได้อย่างตรงประเด็นและเข้าถึงแบบซับซ้อน (Persuade the non interested) 😉

สุดท้ายขอทิ้งด้วยประโยคที่ Dan Koe ให้ไว้เป็น Motivation 🔥🔥

If you hate the thought of building someone else’s dreams for the rest of your life,
START A PERSONAL BRAND ! 🔥 . -Dan Koe-

และทั้งหมดนี้คือเนื้อหาจาก Video : How To Build A Better Personal Brand Than 99% Of People ของ Dan Koe เหมาะมากสำหรับเป็น Guideline ให้กับคนที่กำลังคิดจะเริ่มทำ personal brand เป็นของตัวเอง และเดินทางบนเส้นทางนี้ได้แบบไม่หลงทาง Video นี่เป็น 24 นาทีที่คุ้มค่ามาก

ฟังแล้วอยากเขียนบทตวามแบ่งปันให้กับเพื่อนๆ ได้อ่าน สำหรับใครที่มีความสนใจเหมือนกัน comment แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันได้นะคะ

ขอให้สนุกกับการเดินทางครั้งนี้ แล้วพบกันใหม่ค่าาาา ✌

🎯 Reference from YouTube :
How To Build A Better Personal Brand Than 99% Of People

Leave a comment